หมดยุคกุนซือเก่า

 ฟุตบอลในยุคใหม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้วมาก ทำให้กุนซือหลายคนที่ทำมีมาตั้งแต่ยุค 90 หรือยุค 2000 ตอนต้น ที่เคยอาจจะประสบความสำเร็จในช่วงนั้นมาก่อน ต้องมีการปรับตัว และปรับแผนในการทำงานเพื่อต่อกรกับรูปแบบฟุตบอลในยุคใหม่ รวมถึงสไตล์ของนักเตะที่มีวิวัฒนาการที่เปลี่ยนไปด้วย แต่ก็มีกุนซือหลายรายที่ไม่ยอมเปลี่ยน หรือปรับตัวตามยุคตามสมัย ทำให้พวกเขาต้องตกงาน และประสบความล้มเหลวในยุคนี้ ดังจะเห็นได้จากในศึกพรีเมียร์ลีกได้อย่างชัดเจน ที่ในสมัยก่อนจะมีกุนซือมากประสบการณ์มากมายหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนมาคุมทีมระดับกลาง หรือระดับล่างของลีก เพื่อเป้าหมายในการอยู่รอดปลอดภัยในศึกพรีเมียร์ลีกในแต่ละฤดูกาล แต่ตอนนี้หลงเหลือกุนซือที่เคยอยู่ในยุคนั้นอยู่ไม่กี่คนเท่านั้น

แฮร์รี่ เร็ดแน็ปป์ กุนซือจอมเก๋าที่เคยคุมเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ปอร์ตสมัธ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ และควีนสปาร์ค เรนเจอร์ส เป็นตัวอย่างในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเมื่อประมาณ 5-10 ปีก่อนเขามักได้งานคุมทีมที่ต้องการหนีการตกชั้น แต่ในระยะหลังเขากลับต้องหนีไปคุมทีมชาติบ้าง หรือทีมจากแชมเปี้ยนชิปบ้าง ซึ่งแสดงให้เห็นวาแทคติกของเขามันใช้ไม่ได้ผลกับฟุตบอลยุคนี้แล้ว รวมถึงอลัน พาร์ดิว ที่เคยมีเครดิตที่ดีในการคุมทีมรอดพ้นจากการตกชั้นได้ตลอด ทั้งกับนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด คริสตัล พาเลซ แต่เขาก็พึ่งมาเสียเครดิตเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ที่ทำเวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่แบบกู่ไม่กลับ ถึงแม้จะไม่ได้อยู่คุมทีมจนตกชั้นก็ตาม แต่ก็ถือว่าเขาไม่สามารถช่วยทีมหนีตายได้อีกแล้ว และทำให้เขาอาจจะไม่ได้งานคุมทีมในลักษณะนี้อีก

จะเหลือก็เพียงแซม อัลลาไดซ์ กุนซือจอมเก๋า ที่ยังคงเอาตัวรอดในฟุตบอลยุคปัจจุบันได้ตลอด ถึงแม้ว่าเขาจะถูกตราหน้าว่ามีวิธีการเล่นที่โบราณและไม่สวยงามมาตลอดก็ตาม แต่ต้องยอมรับว่าวิธีการของเขายังคงได้ผลในศึกพรีเมียร์ลีกอยู่เสมอ ทั้งกับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ซันเดอร์แลนด์ คริสตัล พาเลซ และล่าสุดเมื่อฤดูกาลที่แล้วกุนซือวัย 63 ปีก็ยังทำให้เอฟเวอร์ตันรอดพ้นจากการตกชั้นได้อย่างสบายๆ หลังจากเข้ามากอบกู้สถานการณ์ในถิ่นกูดิสัน ปาร์คเมื่อสิ้นเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ทำให้เขายังเป็นตัวเลือกอันดับแรกหากมีการปลดกุนซือออกจากตำแหน่งในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ และต้องการหากุนซือที่จะพาทีมหนีการตกชั้นได้สำเร็จ